เศรษฐกิจของประเทศไทย
ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตกรรมมีพืชเศรษฐกิจหลากหลายขนิด
พืชที่เรานำมาศึกษายกตัวอย่าง เช่น ข้าว ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจอันดับต้นๆของประเทศ มีการผลิตและส่งออกข้าวที่อร่อยและมีคุณภาพไปยังต่างประเทศ
ปาล์มน้ำมัน เป็นพืชที่มีประโยชน์ทุกส่วนของต้น ใบสามารถนำมาบดเป็นอาหารสัตว์
กะลาปาล์มเป็นวัตถุดิบเชื่อเพลิง ทลายปาล์มใช้เพาะเห็ดได้
และการปลูกลงดินก็ช่วยในการดูดซับก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ในการช่วยลดภาวะโลกร้อนอีกด้วย เป็นต้น
ปาล์มน้ำมัน
ปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ปัจจุบันมีการปลูกเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีการแข่งขันธุรกิจปาล์มน้ำมันเพิ่มมากขึ้นด้วย ขณะเดียวกันผู้บริโภคก็หันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมันเพิ่มมากขึ้น เช่น เนย น้ำมันพืช หรือน้ำมันไบโอดีเซลที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ต้นปาล์มน้ำมันมีประโยชน์หลายส่วน เช่น ใบสามารถนำมาบดเป็นอาหารสัตว์ ทะลายปาล์มใช้เพาะเห็ด กะลาปาล์มเป็นวัตถุดิบเชื้อเพลิงและการปลูกปาล์มลงดิน ก็ช่วยในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ ปาล์มน้ำมันมีการปลูกเยอะที่สุดในจังหวัดระนอง เนื่องจากสภาพดินและน้ำฝนมีปริมาณที่เหมาะสมในการปลูก และคาดว่าจะมีการเติบโตของธุรกิจปาล์มน้ำมันเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต สื่อถึงต้นปาล์มน้ำมัน
นางสาว ภาวิณี ระกา
ต้นข้าว
ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจอีกอย่างหนึ่งของประเทศไทยปัจจุบันมีการส่งออกข้าวไปยังประเทศต่างๆ ซึ่งข้าวเป็นพืชตระกูลหญ้าเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวมีลักษณะของลำต้น เช่น มีใบ ก้านใบ และรากที่คล้ายต้นหญ้า ลักษณะที่สำคัญของข้าวมีลักษณะที่เกี่ยวกับการเจริญของข้าว การขยายพันธ์ุ์ชึ่งต้องเลือกสายพันธุ์ที่จะนำมาปลูกต้องทนต่อฝนฟ้าอากาศ และต้องมีการเจริญเติบโตได้ดีและมีผลผลิตได้มากตามความต้องการของตดาดซึ่งข้าวมีการปลูกมาตั้งแต่สมัยโบราณข้าวที่ปลูกมีข้าวเจ้า และข้าวเหนียว ซึ่งในปัจจุบันมีการปรับปรุงสายพันธ์มากมาย เช่น ข้าวหอมมะลิ 105 ซึ่งมีความทนทานต่อสภาพน้ำท่วมได้นานและทนทานต่อสภาพแห้งแล้ง เป็นต้น
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต สื่อถึงต้นข้าว
นางสาว สุวรรณา หมื่นละม้าย
แหลมพรหมเทพ
แหลมพรหมเทพ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่ได้รับความนิยมที่ขี้นชื่อของเมืองไทยเชื่อได้ว่านักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยคงจะนึกถึงแหลมพรหมเทพ จังหัดภูเก็ตที่มีจุกที่แตกต่างไปจากที่อื่น เช่น จุดชมวิวของชะง่อนเขา บริเวณนั้นก็จะมีทิวทัศน์ที่สวยงาม มีเสน่ห็์ มีมนขลัง ชวนหลงไหล มีลักษณะโดดเ่นเป็นเอกลักษณ์ ด้วยต้นตาลที่ขึ้นอยู่กลุ่มใหญ่ แหลมพรหมเทพถูกจัดให้เป็นโครงการมหัศจรรย์เมืองไทย 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต สื่อถึงแหลมพรหมเทพ
นางสาว พิชชานันท์ สุขดำ
ต้นอ้อย
อ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอ้อย และ น้ำตาล มีการส่งออกมากปีละ กว่า 3 ล้านตัน ทำให้ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลเป็นอันดับ 4 ของโลก อ้อยและ น้ำตาลมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย คือ เราสามารถนำมาบริโภค นำมาเป็นอาหารสัตว์ และ สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภํณฑ์ได้อีกด้วย ในประเทศไทยมีพันธุ์อ้อยมากกว่า200 พันธุ์ แต่มีเพียง 20 พันธุ์ เท่านั้น ที่ปลูกเป็นการค้าอยู่ในภาคต่างๆของประเทศ นอกจากนี้อ้อยแต่ละพันธุ์ยังมีความแตกต่างกันในด้านอื่นๆ อีก เช่น อายุเก็บเกี่ยว น้ำหนัก ความหวาน เป็นต้น
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต สื่อถึงต้นอ้อย
นางสาว สุทธิดา ศรีโภคา
ต้นข้าวโพด
ข้าวโพดเป็นพืชที่สำคัญอีกอย่างของประเทศไทย ที่มีการส่งออกและสร้างรายได้ให้แก่ประเทศเป็นจำนวนมากข้าวโพดมีประโยชน์ในหลายด้าน คือสามารถต้านโรคมะเร็งและมีสารตัวล้างพิษมากกว่าผลไม้ือื่นๆ ข้าวโพดเป็นพืชจำพวกหญ้าเรียกว่า ไพรี และสามารถปลูกได้ในทุกสภาพภูมิอากาศ และ เป็นอาหารสำคัญของสัตว์ สำหรับประเทศไทซึ่งเป็นผู้นำในการผลิตข้าวโพดในแทบประเทศเอเชีย และได้เปรียบต้นทุนในการขนส่ง ที่ตำ่กว่าประเทศคู่แข่งรายอื่นๆด้วยกัน เช่น ฝรั่งเศส และ สหรัฐ
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต สื่อถึงต้นข้าวโพด
นางสาว แพรพรรณ ดวงพัตรา
ต้นมันสำปะหลัง
มันสำปะหลังถือว่าเป็นพืชที่สำคัญอย่างหนึ่งของประเทศไทย มีการส่งออกมากเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ มันสำปะหลังเป็นพืชที่ปลูกไม่อยาก สามารถปลูกได้ทั่วประเทศ แต่จะปลูกได้ดีที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพืชที่ไม่ต้องการความดูแลมากเป็นพิเศษ มันสำปะหลังเป็นพืชที่รากสะสมอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต มันสำปะหลังมีประโยชน์มากมายหลายอย่าง เช่น ใช้เป็นอาหารคน ใช้เป็นอาหารสัตว์ และมันสำปะหลังสามารถนำไปแปรรูปต่างๆได้มากมาย เช่น การแปรรูปในอุตสาหกรรมการทำกาว อุตสาหกรรมมันอัดเม็ด เป็นต้น การปลูกมันสำปะหลังถือว่าเป็นการสร้างรายได้อย่างมากกับชาวเกษตรกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากมันสำปะหลังมีราคาดี จึงทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และ คาดว่าในอนาคตจะมีการส่งออกมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต สื่อถึงต้นมันสำปะหลัง
นางสาว พิชามญช์ ตั้งศิวานนท์




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น